โรคเอดส์เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HIV
ซึ่งเชื้อไวรัสนี้จะไปทําลายเซลล์เม็ดเลือดขาว
เมื่อผู้ป่วยสูดดมฝอยน้ำเกลือเพื่อกระตุนให่เกิดเสมหะแล้วเอาเสมหะนั้นไปย้อมก็พบว่ามีการติดเชื้อฉวยโอกาสนิวโมซิดต๊ดหรือเอชไอวี
โรคเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัส hiv
ไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวจึงทำให้ร่างกายไม่มีภูมิต้านทานโรคจึงเกิดโรคได้ง่ายคนที่เป็นโรคเอดส์จะมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นซึ่งถึงตายได้
โรคเอดส์ หรือ HIV เกิดจากเชื้อ HIV
เข้าสู่ร่างกายแล้วเข้าสู่เม็ดเลือดขาวสามารถเพิ่มตัวเองได้อย่างรวดเร็ว
เม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นตัวคุ้มกันโรคถูกทำลาย
ทำให้ผู้ติดเชื้อภูมิคุ้มกันต่ำลง และเสียชีวิตในที่สุด
โรคเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัส hiv
ไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวจึงทำให้ร่างกายไม่มีภูมิต้านทานโรคจึงเกิดโรคได้ง่ายคนที่เป็นโรคเอดส์จะมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นซึ่งถึงตายได้
Comments
107 Comments
โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้อีก โรคต่างๆหรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า โรคฉวยโอกาส
งเข้ามาซ้ำเติมได้ง่าย เช่น วัณโรค ปอดบวม ติดเชื้อในระบบโลหิต เชื้อรา ฯลฯ และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด
1.โรคเอดส์นั้นเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่าHIV
2.เชื้อไวรัสHIVนั้นจะไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว
3.เมื่อสูดดมฝอยน้ำเกลือเพื่อกระตุ้นให้มีเสหะ เอาเสหะไปย้อมพบว่ามีการติดเชื้อฉวยโอกาสนิวโมซิดต๊ด(เชื้อไวรัสHIV)จริง
ด.ช.ศักดิพงศ์ มีชัย ม.1/13 เลขที่34
โรคเอดส์ จากเชื้อHIVได้เข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ และอาจเกิดโรคอื่นๆตามมา และเสียชีวิตลง
ประโยชน์จากการดูคลิป: รู้ถึงสาเหตุของโรคเอดส์และโรคที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อภูมิคุ้มกันน้อย
สาเหตุนี้ทำไห้เกิดโรคเอดส์นั่นเองค่ะ...
ประโยชน์ : ทำให้รู้ถึงสาเหตุของโรคเอดส์ และโรคที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อภูมิคุ้มกันบกพร่อง การติดต่อของโรคติดต่อด้วยทางใด แล้วเราควารจะป้องกันอย่างไรถึงจะปลอดภัย
โรคเอดส์ หรือ AIDS เกิดจากเชื้อไวรัส HIV ที่เข้าสู่ร่างกายเมือเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปในเม็ดเลือดขาวและอาศัยเอ็นซายด์ของเม็ดเลือดขาวเพิ่มจำนวนตัวมันเองให้มากขึ้นจนทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวเซลล์เดิมได้ ทำให้เม็ดเลือดขาวที่สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานบกพร่อง ทำให้เชื้อโรคอื่นขยายตัวได้ง่ายและอาจจะมีโรคแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น สุดท้ายก็จะทำให้ผู้เป็นโรคนี้เสียชีวิตลงได้ ซึ่งโรคนี้สามารถติดต่อได้โดยผ่านการสัมผัสของเลือด น้ำอสุจิ เข็มฉีดยา
ถูกทำลายจนหมด จึงทำให้เกิดเชื้อฉวยโอกาสได้
จึงทำให้ร่างกายอ่อนเเอ เชื้อไวรัสชนิดนี้จะเข้าไปอาศัยในปอด และทำให้สามารถเป็น โรคปอกบวมได้เลย
จนทำลายเม็ดเลือดขาวได้ แล้วไปโจมตีเซลล์ใหม่เพิ่มขึ้น เม็ดเลือดขาวที่เป็นระบบภูมิคุ้มกัน
จึงร่อยหรอลง และสามารถเป็นโรคปอดบวมได้
1. การร่วมเพศ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ไม่ว่าชายกับชาย ชายกับหญิง หรือหญิงกับหญิง ทั้งช่องทางธรรมชาติ หรือไม่ธรรมชาติ ก็ล้วนมีโอกาสติดโรคนี้ได้ทั้งสิ้น และปัจจัยที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น ได้แก่ การมีแผลเปิด และจากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา ประมาณร้อยละ 84 ของผู้ป่วยเอดส์ ได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์
2. การรับเชื้อทางเลือด
- ใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์ มักพบในกลุ่มผู้ฉีดยาเสพติด และหากคนกลุ่มนี้ติดเชื้อ ก็สามารถถ่ายทอดเชื้อเอดส์ ทางเพศสัมพันธ์ได้อีกทางหนึ่ง
- รับเลือดในขณะผ่าตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด ในปัจจุบันเลือดที่ได้รับบริจาคทุกขวด ต้องผ่านการตรวจหาการติดเชื้อเอดส์ และจะปลอดภัยเกือบ 100%
3. ทารก ติดเชื้อจากแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ การแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก ผู้หญิงที่ติดเชื้อเอดส์ หากตั้งครรภ์ และไม่ได้รับการดูแลอย่างดี เชื้อเอช ไอ วี จะแพร่ไปยังลูกได้ ในอัตราร้อยละ 30 จากกรณีเกิดจากแม่ติดเชื้อ จึงมีโอกาสที่จะรับเชื้อเอช ไอ วี จากแม่ได้
ประโยชน์ : ได้รู้ถึงสาเหตุของโรคเอดส์ เกิดขึ้นได้อย่างไร และสามารถติดต่อกันได้ทางไหน เราควรป้องกันอย่างไรถึงจะปลอดภัยจากโรคร้ายนี้
โรคเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่า HIV เป้าหมายของเชื้อเอชไอวีคือการโจมตีและทำลายเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า ซีดีสี่ (CD4) ซึ่งเปรียบเหมือนทหารประจำร่างกายที่มีความสำคัญมากในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ในร่างกาย เมื่อเชื้อเอดส์เข้าสู่ร่างกายก็จะทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องในที่สุด
จะเข้าไปในเม็ดเลือดขาว แล้วเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว จนทำลายเม็ดเลือดขาวได้
เม็ดเลือดขาวที่เป็นภูมิคุ้มกันจะน้อยลง ทำงานบกพร่อง
ทำให้มีการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้อีก
ทำให้ผู้ป่วยมีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาสและการเกิดเนื้องอกบางชนิด เชื้อไวรัสเอชไอวีติดต่อผ่านทางการสัมผัสของเยื่อเมือกหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งซึ่งมีเชื้อ
แหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น วัณโรคปอดบวม หรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการจะรุนแรง และ เสียชีวิตอย่าง รวดเร็ว ลักษณะพิเศษของเชื้อเอดส์
เป็นไวรัสกลุ่ม Retrovirus เป็นไวรัสที่เพิ่งค้นพบได้ไม่นานเมื่อเทียบกับไวรัสอื่นๆ เชื้อไวรัสชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากเชื้อไวรัสอื่นๆ ดังนี้คือ
-มันสามารถหลบเลี่ยงจากการถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันของร่างกายคนปกติได้ด้วยการเข้าหลบอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T-Lymphocytes ทำให้ Antibodies ที่ถูกสร้างขึ้นไม่สามารถทำอันตรายต่อเชื้อเอดส์ที่บุกรุกเข้ามาในร่างกายได้
แต่ในการแพทย์ปัจจุบันขณะนี้ยังไม่มียารักษาโรคเอดส์ให้หายได้ ยาที่ใช้ปัจจุบันจะช่วยยับยั้ง ไม่ให้ไวรัสเอดส์เพิ่มจำนวนมากขึ้น ในร่างกายผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยเอดส์จะมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานได้ตามปกติ
เอดส์เกิดจากไวรัสเที่เข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว จึงทำให้ไม่มีภูมิคุ้มกัน เลยทำให้เชื้อไวรัสเข้าไปอาศัยในปอด และทำให้เป็นปอดบวม
2.เชื้อไวรัสHIVนั้นจะไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว
3.เมื่อสูดดมฝอยน้ำเกลือเพื่อกระตุ้นให้มีเสหะ เอาเสหะไปย้อมพบว่ามีการติดเชื้อฉวยโอกาสนิวโมซิดต๊ด(เชื้อไวรัสHIV)จริง
ด.ช.ศักดิพงศ์ มีชัย ม.1/13 เลขที่34
ด.ญ.เบญญาภา เปรี้ยววงศ์ทอง ม.1/17 เลขที่21
จะทำให้เม็ดเลือดขาวที่สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานบกพร่อง ทำให้เชื้อโรคอื่นขยายตัวได้ง่าย เช่น เชื้อ
Pneumocystis ที่อาศัยอยู่ในปอดฉวยโอกาสขยายจำนวนมากขึ้นมาทำให้เกิดโรคปอดบวม และอาจจะมีโรคแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น สุดท้ายก็จะทำให้ผู้เป็นโรคนี้เสียชีวิตลงได้
โรคเอดส์หรือเชื้อ HIV ทำให้เรามีภูมิคุ้มกันในร่างกายน้อยลงจะทำให้ปอดติดเชื้อไวรัส และโรคอื่นๆได้ง่าย
เช่นปอดบวม วัณโรค ต่างๆ หรือบางชนิดอาจทำให้เสียชีวิตได้
Click here to sign up now.